“ทรัมป์”กร้าวขู่โสมแดง ระวังตอบแทน”สิ่งที่ไม่คาดฝัน”

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ลั่น”เปลวเพลิง และความเดือดดาล”อาจยังไม่พอ เตือนคิม จอง-อึน “กังวลให้มากๆ” หากคิดใช้กำลังทางทหารโจมตีสหรัฐ เพราะอาจได้รับการตอบแทนด้วย”สิ่งที่ไม่คาดฝัน”

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากเมืองเบดมินสเตอร์ รัฐนิวเจอร์ซีย์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 10 ส.ค. ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวเมื่อวันพฤหัสบดี ว่าการที่เขาเตือนเกาหลีเหนืออาจต้องเผชิญกับ “เปลวเพลิงและความเดือดดาล” ในแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน อาจเป็นคำเตือนที่ยังไม่เพียงพอสำหรับอีกฝ่าย เนื่องจากหลังจากนั้นไม่นาน รัฐบาลเปียงยางกลับประกาศเตรียมพร้อมแผนการทางทหารภายในกลางเดือนส.ค. นี้ เพื่อยิงขีปนาวุธอย่างน้อย 4 ลูกโจมตีเกาะกวมของสหรัฐ

ทรัมป์กล่าวต่อไปว่า เกาหลีเหนือต้อง “กังวลมากๆ” เกี่ยวกับผลลัพธ์ที่จะตามมา หากเพียงแม้เป็นการคิดโจมตีแผ่นดินของสหรัฐ เนื่องจากสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับเกาหลีเหนือต่อจากนั้น จะเป็น “สิ่งที่เหนือความคาดหมาย” และวิจารณ์จีนอีกครั้งว่า “ควรทำมากกว่านี้” ในการใช้อิทธิพลทางการเมืองกดดันให้รัฐบาลเปียงยางยุติโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ

ขณะที่พล.อ.เจมมส์ แมตทิส รมว.กระทรวงกลาโหมสหรัฐ กล่าวว่ากองทัพสหรัฐทุกเหล่ารวมถึงเจ้าหน้าที่ราว 6,000 นายซึ่งประจำการอยู่ที่ฐานทัพแอนเดอร์สัน บนเกาะกวม มีความพร้อมขั้นสูงสุดในการรับมือกับ “สถานการณ์ไม่คาดฝัน” ที่อาจเกิดขึ้นจากกการโจมตีของเกาหลีเหนือ แต่ยืนยันว่าเหนือสิ่งอื่นใดรัฐบาลวอชิงตันยังคงให้ความสำคัญกับการคลี่คลายความขัดแย้งกับรัฐบาลเปียงยาง ด้วยวิธีการเจรจาตามหลักการทูต หลังก่อนหน้านั้นพล.อ.แมตทิสเตือนว่า เกาหลีเหนือไม่มีทางเป็นฝ่ายชนะ หากกรณีพิพาทกับสหรัฐถึงขั้นบานปลายเป็นสงคราม

ทั้งนี้ รัฐบาลเปียงยางทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป ( ไอซีบีเอ็ม ) 2 ครั้งเมื่อเดือนก.ค. ที่ผ่านมา แม้ความแม่นยำของขีปนาวุธยังเป็นที่สงสัยของหลายฝ่าย แต่ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าประสิทธิภาพจากการทดสอบไอซีบีเอ็มในครั้งที่ 2 มีความก้าวหน้ากว่าครั้งแรกมาก โดยรัศมีทำการอาจครอบคลุมไกลถึงนครนิวยอร์ก ด้านคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ( ยูเอ็นเอสซี ) มีมติเป็นเอกฉันท์ ออกมาตรการคว่ำบาตรต่อเกาหลีเหนือ เป็นครั้งที่ 7 นับตั้งแต่ปี 2549 ซึ่งมาตรการครั้งล่าสุดอาจสร้างความสูญเสียให้แก่เศรษฐกิจของเกาหลีเหนือมากถึงปีละ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ( ราว 33,250 ล้านบาท ). ขอบคุณข้อมูลบางส่วนและติดตามข้อมูลฉบับเต็มที่ dailynews