เลือกอุปกรณ์ และ สุขภัณฑ์ ประหยัดน้ำง่ายๆ ด้วยตัวเอง

เลือกอุปกรณ์ และ สุขภัณฑ์ ประหยัดน้ำง่ายๆ ด้วยตัวเอง การเลือกใช้อุปกรณ์และสุขภัณฑ์รุ่นประหยัดน้ำถือเป็นการลงทุนอย่างคุ้มค่า เพราะนอกจากจะช่วยประหยัดค่าน้ำแล้ว ยังช่วยประหยัดทรัพยากรธรรมชาติได้อีกทางหนึ่ง

หนึ่งในวิธีที่เราทำได้ง่ายเพื่อช่วยประหยัดน้ำใช้ภายในบ้านคือการเลือกใช้อุปกรณ์ และสุขภัณฑ์รุ่นประหยัดน้ำ ซึ่งมีวิธีการสังเกตง่ายๆ ด้วยตัวเอง ทั้งจากฉลากประหยัดน้ำที่ผ่านการรับรองจากองค์กรหรือสถาบันต่างๆ เช่น มอก. (ประหยัดน้ำ), ฉลากเขียว, SCG ECO Value (สำหรับสินค้า COTTO) ฯลฯ รวมถึงข้อมูลอัตราการใช้น้ำที่ระบุในแคตตาล็อกผลิตภัณฑ์ นอกจากนี้ยังสังเกตจากลักษณะต่างๆ ของอุปกรณ์และสุขภัณฑ์ตามโชว์รูมสินค้า ซึ่งสามารถทดสอบการใช้งานจริงได้ด้วย

สำหรับก๊อกน้ำอ่างล้างมือหรืออ่างล้างหน้า และก๊อกน้ำอ่างล้างชามที่เป็นก๊อกรุ่นประหยัดน้ำ มักจะมีฉลากรับรองจาก มอก. กำกับอยู่ ซึ่งตามมาตรฐานกำหนดไว้ว่า ก๊อกน้ำรุ่นประหยัดน้ำควรมีน้ำไหลออกมาไม่เกิน 6 ลิตร ใน 1 นาที ที่แรงดันน้ำ 1 บาร์ นอกจากนี้อาจมีฉลากรับรองอื่น ๆ เช่น ฉลากเขียว หรือเครื่องหมาย SCG Eco Value (สำหรับก๊อกน้ำ COTTO) รวมทั้งสัญลักษณ์พิเศษที่สื่อความหมายกลไกประหยัดน้ำของแต่ละรุ่น

จุดเด่นของก๊อกประหยัดน้ำที่ควรสังเกต
ลักษณะของก๊อกประหยัดน้ำโดยส่วนใหญ่จะมีตะแกรงกรองน้ำ หรือที่เรียกกันว่า Aerator โดยจะเป็นส่วนหัวที่ติดอยู่กับปลายก๊อก มีหน้าที่เพิ่มฟองอากาศให้แก่กระแสน้ำ ทำให้น้ำที่ไหลออกมานั้นนุ่มฟูมากขึ้น และอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของ มอก. ดังนั้นสำหรับก๊อกทั่วไปที่ไม่มีตะแกรงกรองน้ำ น้ำที่ไหลออกมาอาจมีปริมาตรถึง 8-9 ลิตร ต่อนาทีเลยทีเดียว ทั้งนี้ การเลือกใช้ก๊อกน้ำประเภทที่มีเซนเซอร์เปิด-ปิดน้ำอัตโนมัติ ก็เป็นอีกหนึ่งฟังก์ชันที่ช่วยเราประหยัดน้ำได้อีกทาง

สำหรับฝักบัวรุ่นประหยัดน้ำมักจะมีฉลากรับรองจาก มอก. กำกับอยู่ เช่นเดียวกับก๊อกน้ำ โดยตามมาตรฐานกำหนดไว้ว่าฝักบัวรุ่นประหยัดน้ำควรมีน้ำไหลออกมาไม่เกิน 9 ลิตร ต่อ 1 นาที ที่แรงดันน้ำ 1 บาร์ และควรสังเกตฉลากประหยัดน้ำอื่นๆ ทั้ง ฉลากเขียว หรือ SCG ECO VALUE (สำหรับฝักบัว COTTO) รวมถึงสัญลักษณ์พิเศษที่สื่อความหมายกลไกประหยัดน้ำของแต่ละรุ่นด้วยเช่นกัน

จุดเด่นของฝักบัวประหยัดน้ำที่ควรสังเกต
เช่นเดียวกับก๊อกน้ำ ฝักบัวรุ่นประหยัดน้ำจะมีฟองอากาศผสมอยู่ในกระแสน้ำที่ออกมา โดยอาศัยหลักการดูดอากาศให้เข้าไปผสมกับกระแสน้ำผ่านช่องขนาดเล็กบริเวณหัวฝักบัว นอกจากนี้หากรูปล่อยน้ำมีขนาดเล็ก ก็จะช่วยให้ประหยัดน้ำมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามการที่ออกแบบให้รูมีขนาดเล็กมากๆ จะเสี่ยงต่อการอุดตันจากคราบตะกรันได้ จึงควรหมั่นทำความสะอาดรูโดยใช้น้ำยาล้างฝักบัวหรือน้ำส้มสายชูทำความสะอาดพร้อมขัดด้วยแปรงให้คราบตะกรันหลุดออกไป หรือเลือกใช้ฝักบัวรุ่นที่สามารถทำความสะอาดรูได้ง่าย

สำหรับโถสุขภัณฑ์รุ่นประหยัดน้ำมักจะมีฉลากรับรองจาก มอก. กำกับอยู่ เช่นเดียวกับก๊อกน้ำ และฝักบัว โดยมาตรฐาน มอก. กำหนดไว้ว่า โถสุขภัณฑ์รุ่นประหยัดน้ำควรใช้น้ำในการชำระล้างครั้งละไม่เกิน 6 ลิตร ทั้งนี้เราสามารถแยกได้ตามระบบการชำระล้าง ทั้ง 4 ประเภท ดังนี้

1. ระบบ Wash Down
โถสุขภัณฑ์ระบบการชำระล้างแบบ Wash Down เป็นรุ่นที่ประหยัดน้ำมากที่สุด อาศัยหลักการใช้น้ำใหม่แทนที่น้ำเก่าในการชำระล้าง จึงใช้ปริมาณน้ำน้อย และชำระล้างได้รวดเร็ว มีทั้งแบบโถสุขภัณฑ์นั่งยอง และโถสุขภัณฑ์นั่งราบ ปุ่มกดชำระจะอยู่ด้านบนของถังพักน้ำ โดยมีทั้งแบบปุ่มเดียว และแบบสองปุ่ม (Dual Flush) ซึ่งพบในโถสุขภัณฑ์ระบบ Wash Down เท่านั้น มีคอห่านที่แคบลึก น้ำเลี้ยงคอห่าน (Water Surface) จะเอ่อเพียงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับระบบอื่นๆ

สำหรับโถสุขภัณฑ์ของ COTTO ใช้น้ำสำหรับการชำระเพียง 2.5/4 ลิตร หรือ 3/4 ลิตร (ระบบ 2 ปุ่มกด Dual Flush) และ 6 ลิตรตามมาตรฐาน มอก.

2. ระบบ Siphon Jet
Siphon Jet เป็นระบบที่ประหยัดน้ำได้ดีเฉลี่ยเป็นอันดับ 2 จากทั้ง 4 ระบบสากล อาศัยหลักการปล่อยน้ำผสมกับกาลักน้ำในการชำระล้าง สิ่งที่สังเกตได้เด่นชัดคือ เมื่อมองเข้าไปในบริเวณคอห่าน จะเห็นรู Jet (ขนาดเท่ากันหัวแม่โป้ง) อยู่ทางด้านหน้า เป็นรูสำหรับปล่อยน้ำออกมาเวลากดชักโครก

สำหรับโถสุขภัณฑ์ COTTO รุ่น Siphon Jet ใช้น้ำในการกดแต่ละครั้งที่ 4.5 ลิตร และ 6 ลิตร

3. ระบบ Siphonic Wash Down
โถสุขภัณฑ์ระบบการชำระล้างแบบ Siphonic Wash Down ถือเป็นรุ่นที่ประหยัดน้ำได้ดีเป็นอันดับ 3 อาศัยหลักการของกาลักน้ำในการชำระล้าง สามารถดูดกากเบาได้ดีกว่าระบบ Wash Down คอห่านจะกว้างกว่า แต่ไม่ลึกชันแบบ Wash Down น้ำเลี้ยงคอห่าน (Water Surface) จะเอ่อมากกว่าระบบ Wash Down

สุขภัณฑ์ COTTO ที่มีระบบชำระล้างแบบ Siphonic Wash Down จะมีรุ่น For all Series สำหรับผู้สูงอายุ ที่ใช้ปริมาณน้ำ 3.8 ลิตร และรุ่น Googai Series สำหรับเด็กที่ใช้น้ำ เพียง 3.75 ลิตร นอกจากนี้ รุ่นอื่นๆ จะใช้น้ำที่ 6 ลิตร ตามมาตรฐาน มอก. ทั้งสิ้น

จุดสังเกตคอห่านที่กว้างและตื้น มีน้ำเลี้ยงคอห่าน (Water Surface) ค่อนข้างกว้าง

4. ระบบ Siphon Vortex
โถสุขภัณฑ์ระบบการชำระล้างแบบ Siphon Vortex เป็นระบบชำระล้างที่มีประสิทธิภาพดีที่สุด แต่ไม่ได้ประหยัดน้ำมากที่สุด ใช้ระบบน้ำวนและกาลักน้ำในการชำระล้าง โดยมีรู Jet ขนาดประมาณลูกกอล์ฟอยู่ด้านข้างคอห่านเพื่อปล่อยน้ำให้เกิดกระแสน้ำวนก่อนจะใช้ระบบกาลักน้ำดูดของเสียลงไป สุขภัณฑ์ที่ใช้ระบบนี้จะเป็นรุ่น One Piece หรือเป็นสุขภัณฑ์ชิ้นเดียว ซึ่งโถมีขนาดใหญ่ นั่งสบาย หม้อน้ำเตี้ยช่วยลดเสียงการไหลของน้ำ

จุดสังเกต เป็นโถสุขภัณฑ์ชิ้นเดียว ขนาดใหญ่ หม้อน้ำเตี้ย มีรู Jet อยู่ด้านข้าง
อย่างไรก็ตาม นอกจากจุดสังเกตต่างๆ ของอุปกรณ์และสุขภัณฑ์ตามที่กล่าวมาแล้ว ควรสอบถามพนักงานขาย หรือศึกษาข้อมูลเชิงลึกของอุปกรณ์และสุขภัณฑ์นั้นๆ จากแคตตาล็อกเพิ่มเติมด้วย เพราะอาจมีการออกแบบเฉพาะ หรือมีระบบพิเศษอื่นๆ ที่ส่งผลต่อการประหยัดน้ำที่ดีขึ้นได้